ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
bulletFacebookชมรมพระธาตุล้านนา




คาถาบูชา ๑๒ พระธาตุเจดีย์ปีเกิด article
 
พระธาตุศรีจอมทอง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
ปีชวด(หนู)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)นะโมพุทธายะ นะมามิ ติโลกะโมลี โลหะกูเฎ ปะติฎฐิตัง ปูชิตัง สัพพะโลเกหิ กิตติมันตัง มะโนหะ รัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา อังคะวะเย ปุเรรัมเม โกวิลา รัคคะปัพ พะเต สะหิเหมะคูหา คัพเภทักขิณะโมลี ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะทา

พระธาตุจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ (พระธาตุ ส่วนที่เป็น พระเศียรเบื้องขวาของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) มีขนาดโตประมาณ เมล็ดข้าวโพด สันฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวลเหมือน ดอกบวบ หรือ สีดอกพิกุลแห้ง ตามประวัติเล่าว่า พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๘ ปัจจุบัน พระธาตุ ถูกบรรจุไว้ในพระโกศ ๕ ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ภายใน พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส คล้ายพระเจดีย์ กว้าง ๔ เมตร สูง ๘ เมตร ตามประวัติว่าสร้างขึ้นโดย พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๖๐

พระธาตุลำปางหลวง วัดพระธาตุลำปางหลาง อ.เกาะคา จ.ลำปาง

ปีฉลู(วัว)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรังปะติฎฐาสัมภะ กัปปะปุเร เทเวนะคุตตา อุตตะราภิทัยยา นะมามิหันตัง วะระชินะธาตุง ฐะเปติ มะหา ฐาเนเจติยัง ปูชิตา นะระเทเวหิ อะหัง วันทามิ ธาตุโย

พระมหากัสสปเถระ และพระเมติยะเถระ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาจากประเทศอินเดีย เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช โปรดให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ นำไปประดิษฐานในอาณาจักรต่าง ๆ
ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงมอบพระเกศาธาตุให้ชาวลัวะผู้หนึ่งชื่อกอน ลั๊วะกอนได้สร้างพระสถูปเจดีย์สูงเจ็ดศอก เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุไว้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๘ ได้มีพระอรหันต์สององค์คือ พระกุมารกัสสปะ ได้นำเอาพระอัฐิธาตุพระนลาตข้างขวา และพระเมฆิยะ ได้นำเอาอัฐิธาตุลำคอ มาบรรจุไว้ในพระสถูปเจดีย์ไว้อีก พระสถูปเจดีย์องค์นี้ได้มีการสร้างเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง สำหรับองค์ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ได้สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๓๐๙ โดยเจ้าเมืองหาญศรีธัตถะมหาสุรมนตรี ซึ่งพระเจ้าดิลกปนัดดาเจ้านครเชียงใหม่ ได้ส่งมากินเมืองลำปางในครั้งนั้น

พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่

ปีขาล(เสือ)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)โกเสยยะ ธะชัคคะ ปัพพะเต สัตตะมะโนรัมเมพุทธะ เกสาธาตุ ปะติฎฐิตา อะหัง วันทามิ สัพพะทาอะหัง วันทามิ ธาตุโยอะหัง วันทามิสัพพะโส

พระธาตุช่อแฮ เป็นเจดีย์บรรจุพระเกศาและพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นปูชนียสถานที่ศักดิ์ศิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเมืองแพร่มาแต่โบราณตามตำนานกล่าวว่าขุนลัวะอ้ายก๊อมเป็นผู้สร้าง ปรากฏหลักฐานการบูรณะปฏิสังขรณ์ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๗๙-๑๘๘๑ ในสมัยพระมหาธรรมราชา(ลิไท) เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย ลักษณะองค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะแบบเชียงแสนสูง ๓๓ เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๑๑ เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูน หุ้มด้วยแผ่นทองเหลือง ลงรักปิดทอง

พระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุแช่แห้ง กิ่งอ.ภูเพียง จ.น่าน
ปีเถาะ(กระต่าย)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรังปะติฎฐิตา นันทะกัปปะเกปุเร เทเวนะ คุตตา วะระพุทธะธาตุงจิรัง วันทามิหันตัง ชินะธาตุโย โส ตะถาคะตังอะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ ทูระโต

จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง และตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่ง แม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง
 
พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ปีมะโรง(งูใหญ่)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)อิติ ปะวะระสิหิงโค อุตตะมะยโสปิ เตโข ยัตถะ จิตโตโส สักกาโร อุปาโท สะกาละพุทธะสาสะธัง โชตะยันโตวะ ทีโป สุระนะเรหิ มะหิโต ธะระมาโนยะ พุทโธติ นะมามิ สิหิงคะพิมพังสุวัณณาภิรัมมัง ลังกาชาตัง

ในตำนานสิหิงคนิทาน และพงศาวดารโยนก เล่าประวัติว่า หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไป ๗๐๐ ปี พระเจ้าสีหลและกษัตริย์องค์อื่นใคร่ทอดพระเนตรรูปของพระพุทธเจ้า มีแต่พระยานาคที่เคยเห็นพระองค์ จึงแปลงรูปเนรมิตตนเป็นรูปพระพุทธเจ้า พระเจ้าสีหลได้บูชา ๗ วัน ๗ คืน และให้ช่างถ่ายแบบพระพุทธรูปไว้
 
วัดเจ็ดยอด หรือ วัดมหาโพธาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ปีมะเส็ง(งูเล็ก)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)ปะฐะมัง โพธิปัลลังกัง ทุติยังอะนิมิสสะกัง ตะติยัง จังกะมะเสฏฐัง จะตุตถะกัง ระตะนะฆะรังปัญจะมัง อะชะปาละนิโคธังฉัฏฐัง ราชายะตะนัง สัตตะมัง มุจจะลินทัง อะหัง วันทามิ ทูระโต

วัดเจ็ดยอด หรือ วัดมหาโพธาราม เป็นอารามที่มีความ สำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา ในอาณาจักรล้านนา กล่าวคือ ในปีพุทธศักราช 2020 พระเจ้าติโลกราช โปรดให้จัดการ ประชุม พระเถรานุเถระ ทั่วทุกหัวเมืองในอาณาจักรล้านนา แล้วทรงคัดเลือกได้พระธรรมทิน เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ผู้เจนจัดในพระบาลี เป็นฝ่ายสงฆ์ พระเจ้าติโลกราช ทรงรับเป็น ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทำการสังคายนา พระไตรปิฎกครั้งใหญ่เป็นลำดับที่ 8 นับเนื่องจากที่ ได้ทำมาแล้วทั้งในประเทศอินเดีย และ ศรีลังกา รวมแล้ว 7 ครั้ง และการทำการสังคายนา ที่ได้ทำ ณ วัดมหาโพธารามนี้ นับว่าเป็นการสังคายนาพระไตรปิฏกครั้งแรกในประเทศไทย
 
พระธาตุเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า
ปีมะเมีย(ม้า)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)สัมมาสัมพุทธะ นะลาตะอัฏฐิ จะตุเกสาธาตุยาคันธะวะ รังฐิตัง ปะระมา ธาตุ เจติยัง
อะหัง วันทามิ สัพพะธา

ในสมัยที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ขณะที่เสด็จประทับอยู่ใต้ต้นเกด มีพ่อค้าพี่น้องสองคนชื่อ ตปุสสะ และ ภัลลิกะ มีความเลื่อมใส ถวายข้าวสัตตูให้เสวย แล้วถวายตัวเป็น ปฐมอุบาสก ในพระพุทธศาสนา
ครั้นเมื่อจะจากไป กราบทูลขอให้พระพุทธองค์ ประทานสิ่งอันใด ไปเป็นอนุสรร์ สำหรับบูชาพระพุทธคุณ สักสิ่งหนึ่ง พระมหากรุณาเจ้า จึงเสยพระเศียร ได้พระเกศา 8 เส้น ประทานอุบาสกทั้ง สองตามความปรารถนา (หนังสือปฐมสมโพธิ ตอนอภิสัมโพธิสัพพัญญูปริวัตร) ต่อมามอญ เอามาตั้งเป็นตำนานพระเกศธาตุต่อว่า...
”พ่อค้าอุบาสกสองคนนั้น เชิญพระเกศาพระพุทธเจ้า มายังเมืองมอญ แล้วสร้างพระเจดีย์ ที่บนยอดเนินตะเกิงบรรจุพระเกศาไว้ ตั้งแต่ในพระพุทธกาล พระเจดีย์ได้นามว่า “พระเกศธาตุ”

หรือไปนมัสการที่ พระธาตุเจดีย์ชเวดากอง พระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน
 
พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ปีมะแม(แพะ)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)สุวัณณะ เจติยัง เกสาวะระมัตถะลุงคัง วะรัญญะธาตุงสุเทวะนามะทังนะระเทเวหิสัพพะปูชิตังอะหัง วันทามิ สัพพะ

พระบรมธาตุได้ถูกบรรจุไว้ใต้พระธาตุเจดีย์ บนดอยสุเทพ ซึ่งเมื่อมีการบรรจุพระบรมธาตุแล้ว พระบรมธาตุได้แผ่ความเป็นมงคลจากองค์พระบรมธาตุไปจนทั่วทั้งเมือง ดังนั้น พระบรมธาตุจึงถือเป็นที่มาของความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง ทำให้ต้องมีการกราบไหว้บูชาและบูรณะพระธาตุดอยสุเทพมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย
 
พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ปีวอก(ลิง)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)ปุริมายะ ทักขิณายะ ปัจฉิมายะ อุตตะรายะเหฎฐิมายะ อุปะริมายะ ทิสายะ กะปะณะสิริสสะมิง ปัพพะเต กัสสะเปนะ ฐาปิตังพุทธะอุรังคะธาตุง สิระสา นะ มามิ เสตะฉัตตัง สุวัณณะระชะตัง ระตะนัง ปะณีตัง พุทธะอุรังคะเจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา

พระธาตุพนม เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของภาคอีสาน ประดิษฐานบนเนินที่เรียกว่าภูกำพร้า ปัจจุบันเป็นบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมราว 52 กิโลเมตร พระธาตุพนมสร้างขึ้นแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ประมาณ พ.ศ. 8 โดยเจ้าเมือง 5 องค์คือ พระยาสุวรรณภิงคารนะ พระยาคำแดง พระยาอินทปัตถะนคร พระยาจุลนีพรหมทัต และพระยานันทเสน เพื่อบรรจุพระอุงรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ลักษณะพระเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยม หรือทรงแจกัน ก่อด้วยอิฐมีลวดลายจำหลักลงไปในแผ่นอิฐ มีซุ้มคั่นด้านละซุ้ม ซ้อมกัน 3 ชั้น ลดหลั่นกันลงมาอย่างวิจิตร พระธาตุพนมได้รับการบูรณะเรื่อยมาตามกาลเวลา และในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 องค์พระธาตุพนมได้หักโค่นลง ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศได้ร่วมกันสละทุนทรัพย์ก่อสร้างขึ้นใหม่ และมีพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นบรรจุอีกครั้งในวันที่ 23 มีนาคม 2522

พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน
ปีระกา(ไก่)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)สุวัณณะเจติยัง หะริ ภุญชะยัฎฐังวะระโมลีธารัง อุรัฎฐิ เสฎฐัง สะหาอังคุลิฎฐิงกัจจายะเน นะ ฐิตะปัตตัปปะการัง สีเสนะ มัยหัง ปะระมามิธาตุง

สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์นครหริภุญชัยราว พ.ศ.1586 ต่อมาได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุนี้อีกหลายครั้งในรัชกาลพระเจ้าติโลกราชเมื่อ พ.ศ.1986 ได้โปรดให้เสริมพระธาตุเป็น 23 วา ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก ยอดมีฉัตร 7 ชั้น หลังจากนั้นพระเมืองแก้วได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างระเบียงหอก ซึ่งเป็นรั้วล้อมพระธาตุ 500 เล่ม แล้วทรงสร้างวิหารหลวง และใน ปีพ.ศ.2329 พระเจ้ากาวิละได้ทรงทำการบูรณะพระบรมธาตุ และทรงสร้างฉัตรหลวงขึ้น 4 มุม และสร้างฉัตรยอดเจดีย์ด้วยทองคำเป็น 9 ชั้น ฐานพระธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 10 วา และสร้างรั้วทองเหลืองล้อมรอบองค์เจดีย์

พระธาตุวัดเกตการาม วัดเกตการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ปีจอ(หมา)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)ตาวะติงสายะ ปุรัมเม เกสะจุฬามะณี สะรีระปัพพะตา ปูชิตาสัพพะ เทวานัง ตังสิระสา ธาตุอุตตะมัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา

เจดีย์วัดเกตุการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกกำหนดให้เป็นองค์แทนเจดีย์จุฬามณีอีกองค์หนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการสะดวกในการเดินทางเพื่อกราบไหว้แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ชื่อของวัดเสียงเหมือนคำว่า \\"เกศ\\" แก้วจุฬามณี

พระธาตุดอยตุง ดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ปีกุน(หมู)
คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนโม 3 จบ)อิมัสสะมิง ภัททะกัปเป จะตุพุทธา พุชฌิต ตะวากะกุสันธะ โกนาคะมะนะ กัสสะปะ โคตะ มะราชะเคเหจะระติ ปิณฑายะ มิถิลายะนะ คะเรสิ จะระติ ปิณฑายะ อะตีตาพุทธาเน อิมัสมิง ฐาเนสีทิ สิริสุภะปะวะรัง มังคะลัง ตะโมลากะถามุนิราชัง สาทะรัง นมามิหันตังวะระชินาธาตุง อะหัง วันทามิ สัพพะทานะตัง วะชิระธาตุโย อะระหัง วันทามิ สัพพะทา

พระธาตุดอยตุง นับเป็นโบราณสถานอันเก่าแก่แห่งหนึ่งในภาคเหนือ ตามประวัติตำนานได้กล่าวไว้ว่า พระมหากัสสะปะเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ได้อาราธนาอัญเชิญเอายังพระบรมสารีริกธาตุกระดูกไหปลาร้า(พระรากขวัญเบื้องซ้าย) ของพระพุทธเจ้า มามอบถวายแด่พระเจ้าอุชุตราชเจ้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนกชัยบุรี รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์สิงหนวติ เป็นประธานพร้อมด้วยมุขมนตรีเสวกอำมาตย์ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินของพระองค์ ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุขึ้นมาบรรจุสร้างขึ้น ณ ที่ดอยดินแดง (คือดอยตุงปัจจุบัน) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1454 ต่อมาอีก 100 ปี มีพระอรหันต์องค์หนึ่งชื่อว่า พระมหาวชิรโพธิเถร ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมามอบถวายให้พระเจ้ามังรายะนะธิราช แล้วจึงได้พร้อมใจกันนำเอาพระบรมธาตุขึ้นบรรจุสร้างใหม่ขึ้นมาอีกองค์หนึ่งบนดอยตุง พร้อมได้ปฏิสังขรณ์องค์เดิม



คำบูชาพระบรมธาตุ

คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ article
คำนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ article
คำบูชาพระธาตุ ๙ จอม article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.